เพลงของเธอ : มือซ้ายกับมือขวา

Submitted by joezine on Tue, 10/14/2008 - 19:35

เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ชอบมาก จากอัลบั้ม “เพลงของเธอ” ที่ซื้อมาพร้อมหนังสือเมื่องานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และนี่คือที่มาของเพลง “มือซ้ายกับมือขวา”

-——

วันนี้ถือเป็นวันที่เอิ้นโชคดีมากๆ วันหนึ่งในชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะว่าเอิ้นได้มีโอกาสไปเป็นอาสาสมัครและได้ฟังการเทศนาของท่านอาจารย์ติช นัท ฮันท์ ในหัวข้อเรื่อง “สู่ศานติสมานฉันท์” รู้นะว่าหลายคนที่กำลังอ่านอยู่กำลังจะทำหน้างงๆ ใส่เอิ้น แล้วแอบถามในใจว่าใครคือ ท่านอาจารย์ติช นัท ฮันห์ ? แล้วโชคดียังไง?

โอ๋! ใจเย็นนะคะ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง เพราะความจริงหน้าเราสองคนก็งงพอกันตอนที่ได้ยินเชื่อท่านครั้งแรก แต่เมื่อได้สอบถามผู้รู้ถึงความเป็นมาของท่านแล้วก็ทำให้ อึ้ง ทึ่ง และกระตือรือร้นอยากจะพบท่านขึ้นมาทันที

ท่านเป็นพระเวียดนาม นิกายเซน แต่เมื่อครั้งเกิดสงครามเวียดนาม นักบวชในศาสนาต่างๆ รวมถึงท่านถูกกวาดล้าง ท่านจึงต้องลี้ภัยไปยังประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี 2509 ท่านได้สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียและซอร์บอน เป็นคณะกรรมการชาวพุทธเวียดนามเพื่อสันติภาพให้กับการเจนจาสันติภาพ ณ กรุงปารีส

มาร์ติน ลูเธอร์ คิงส์ เจอาร์ ได้เสนอชื่อท่านเพื่อเข้ารับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ โดยกล่าวว่า “ข้าพเจ้าไม่รู้จักใครเป็นการส่วนตัวอีก ที่จะมีคุณค่าพอสำหรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ นอกเหนือจากพระผู้อ่อนโยนจากเวียดนามรูปนี้”

ปัจจุบันท่านพำนักอยู่หมู่บ้านเล็กๆ ชื่อว่า “หมู่บ้านพลัม” ในประเทศฝรั่งเศส ท่านใช้ที่นี่ในการเขียนหนังสือและบทกวี ทำสวนและทำงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้อพยพทั่วโลก จัดการอบรบการเจริญสติทั้งในยุโรปและอเมริกาเหนือ รวมทั้งจัดการอบรมภาวนาให้แก่ทหารผ่านศึก แพทย์ ศิลปิน นักจิตบำบัด นักสิ่งแวดล้อม และเด็กๆด้วย

นี่คือข้อมูลเบื้องต้นที่เอิ้นได้รับ แต่กลับไม่ใช่จุดที่เอิ้นสนใจเท่ากับความอยากรู้ที่ว่า ท่านมีวิธีการสอนและเผยแพร่พระพุทธศาสนาอย่างไรถึงทำให้ได้รับการยอมรับและศรัทธาไปทั่วโลก โดยเฉพาะในอเมริกาและยุโรป ถึงขนาดตั้งหมู่บ้านขึ้นมาได้ ทั้งๆที่เราก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าศาสนาที่ถูกวางรากฐานมายาวนานคือศาสนาคริสต์ นี่คือสิ่งที่จูงใจทำให้เอิ้นตั้งใจว่า ในการมาเมืองไทยของท่านในครั้งนี้หลังจากที่เคยมาแล้วเมื่อ 40 ปีก่อน เอิ้นจะต้องมีโอกาสได้พบและฟังท่านเทศน์สักครั้ง

และแล้วสิ่งที่ตั้งใจไว้ก็เป็นจริง วันนั้นท่านมาเทศน์ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในหัวข้อ “ศานติสมานฉันท์” ซึ่งเป็นหัวข้อที่เข้ากับภาวะการเมืองของบ้านเราในช่วงนั้นเป็นอย่างมาก ในวันนั้นเอิ้นรับอาสาไปเป็นอาสาสมัครช่วยดูแลงานด้วย ฟังดูดีใช่มั้ยล่ะคะ แต่ขอบอกตามตรงเลยนะ ว่าแม้จะเป็นคนสนใจพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะการปฏิบัติธรรม แต่สิ่งที่ไม่ชอบและจะหลีกเลี่ยงอย่างที่สุดนั่นก็คือการฟังเทศน์ เพราะฟังทีไรเป็นตต้องหลับน้ำลายไหลทุกที แต่คราวนี้แตกต่างจากทุกครั้ง เอิ้นฟังไปยิ้มไป ไม่ใช่แค่ปากนะคะ ใจก็ยิ้มด้วย จริงๆวันนั้นท่านพูดถึงหลายเรื่อง แต่เอิ้นจะเล่าเรื่องที่รู้สึกประทับใจจนต้องหยิบกระดาษกับปากกามาเขียนเป็นเพลง

ท่านเล่าว่า “เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ฉันเกิดอาการปวดหัวไหล่ข้างขวาซึ่งเป็นข้างที่ฉันถนัด มือขวาของฉันจึงต้องรบกวนให้มือซ้ายทำหน้าที่ต่างๆแทน อย่างเช่น แปรงฟัน จับช้อนตักอาหาร หรือแม้กระทั่งการเขียนหนังสือ แรกๆเจ้ามือซ้ายก็ทำอะไรงกๆเงิ่นๆ ไม่ค่อยถนัดเท่าไร แต่หลังๆก็ทำงานต่างๆได้คล่องแคล่ว และแอบดีใจที่ได้แบ่งเบาภาระของมือขวาในยามเจ็บป่วย เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มือขวาของฉันนั้นจะคล่องแคล่ว ว่องไว ทำงานเก่งและทะมัดทะแมงกว่ามือซ้ายมาก แต่มือซ้ายก็ไม่เคยแม้สักครั้งที่จะอิจฉาในความเก่งกาจของมือขวา ในขณะที่มือขวาเองก็เต็มใจที่จะทำงาน แม้ว่าจะหนักและเหนื่อยสักเท่าไร โดยไม่เคยคิดสักครั้งว่ามือซ้ายจะกินแรง เหตุผลก็เพราะว่าทั้งมือซ้ายและมือขวาของฉันต่างรักกันอย่างแท้จริง”

“แต่ก็มีบางครั้งที่ต่างฝ่ายต่างสร้างความเดือดร้อนให้แก่กัน เช่น มีครั้งหนึ่งที่ฉันต้องการแขวนภาพวาดของฉันไว้ที่ฝาผนัง วันนั้นมือซ้ายรับหน้าที่ถือตะปู ส่วนมือขวาถือค้อน แต่วันนั้นมือขวาเกิดทำงานพลาด ค้อนไปตอกโดนหัวนิ้วโป้งซ้ายเข้า มือขวาตกใจมากรีบทิ้งค้อนลง แล้วเอามือไปประคองกอดนิ้วโป้งซ้ายด้วยความรัก และถึงแม้มือซ้ายเองจะเจ็บปวดเพียงใด แต่ด้วยความรักที่มีต่อมือขวา มือซ้ายก็ให้อภัยมือขวาได้เสมอ”

“ประเทศไทยเองก็เปรียบเสมือนร่างกาย มีชาวพุทธซึ่งเป็นคนส่วนมากเป็นมือขวา ผู้ที่นับถือศาสนาอื่นเป็นมือซ้าย ขอแค่เพียงเรามีความรัก ความเข้าใจมอบให้แก่กัน จะกระทบกระทั่งกันบ้าง เราก็พร้อมที่จะให้อภัยกันได้เสมอ”

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้นนะคะ ยังมีเรื่องน่าอมยิ้มอีกมากมายในการรับฟังธรรมเทศนาในครั้งนั้น

หลังจากวันนั้น ความสงสัยของเอิ้นได้มลายหายไปจนหมดสิ้น จนวันนึงมีนิตยสารฉบับหนึ่งมาสัมภาษณ์ด้วยคำถามว่า “ในภาวะที่สังคมแตกแยกและวุ่นวายอย่างทุกวันนี้ เอิ้นจะคิดถึงฮีโร่คนไหนที่จะมาช่วย และเพราะอะไร”

เอิ้นตอบไปอย่างทันทีทันใดว่า “พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ ค่ะ เพราะท่านสามารถสอนให้เราเข้าใจความรักได้อย่างถูกต้อง ง่ายดายและลึกซึ้ง”

ร้องโดยพี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง

Tags: | »

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • You can enable syntax highlighting of source code with the following tags: <code>, <blockcode>. Beside the tag style "<foo>" it is also possible to use "[foo]". PHP source code can also be enclosed in <?php ... ?> or <% ... %>.
  • You can use Markdown syntax to format and style the text. Also see and Markdown Extra for tables, footnotes, and more.

More information about formatting options

CAPTCHA
This question is for testing whether you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.
6 + 14 =
Solve this simple math problem and enter the result. E.g. for 1+3, enter 4.